นายกฯ กำชับ ทุกหน่วยเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เตือนห้ามลักลอบเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และที่โล่ง ย้ำโทษหนักทั้งปรับและจำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท

(29 ม.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่ากรณีที่มีการเผาแปลงเกษตรกรรมในพื้นที่ จังหวัดนครนายก จนทำให้จังหวัดใกล้เคียงนครนายก รวมถึงกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง จึงได้สั่งการและกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ดำเนินการ ซึ่งมีกฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้วว่า “ห้ามเผาเศษซากพืชผลทางการเกษตร” พร้อมกำชับในเรื่องของการดำเนินคดี และให้ลดการเผาอย่างเด็ดขาด โดยผู้ฝ่าฝืนจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ร่วมบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหา โดยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งครัดและเข้มงวดเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาโดยไม่มีข้อยกเว้น
ด้านนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำชับทุกหน่วยงาน ติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายการควบคุมการเผาในที่โล่ง และเขตควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด ย้ำเตือนเกษตรกรลักลอบเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรและที่โล่ง มีโทษทั้งปรับและจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้
การเผาในพื้นที่ตนเองหรือในพื้นที่สาธารณะทั่วไปจนเกิดเหตุรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 
3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การเผาในพื้นที่ข้างทางหรือถนน ภายในระยะห่างไม่เกิน 500 เมตรจากทางเดินรถ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 
4-20 ปี ปรับตั้งแต่ 400,000 - 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การเผาป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้ง 20,000 - 200,000 บาท ในกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 - 2,000,000 บาท
ทั้งนี้ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน ภาคการเกษตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 โดยกำหนดช่วงเวลาห้ามเผาในพื้นที่การเกษตร ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และกำหนดให้เกษตรกรที่มีประวัติการเผาในพื้นที่การเกษตร จะไม่ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรทุกโครงการ นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2571 ยกเว้นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร
ทางด้าน นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากเหตุไฟไหม้ทุ่งนาในพื้นที่จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ซึ่งเกิดการลุกลามเป็นวงกว้างกว่า 20,000 ไร่ ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันและฝุ่นละออง PM2.5 ปริมาณมาก พัดเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างรวดเร็ว จนอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชน เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรถูกมองหรือสื่อสารในลักษณะการกล่าวโทษเกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากปัญหาการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะการเผาตอซังและฟางข้าว เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงได้ปรับแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการแก้ไขที่ปลายทาง มาเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ และให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรให้มีทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร โดยไม่ต้องพึ่งพาการเผา ซึ่งแนวทางดังกล่าวได้มีการดำเนินงานร่วมกับจังหวัดนครนายกอย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว
กรุงเทพมหานครตระหนักดีว่า การลดการเผาในภาคเกษตรจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ต้องมีเครื่องมือ เทคโนโลยี และการสนับสนุนที่เหมาะสม จึงได้ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) พัฒนาโครงการนำร่องการจัดการตอซังและฟางข้าวแบบไม่เผา เพื่อสร้างต้นแบบที่สามารถขยายผลได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
   • การสนับสนุนจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง–ฟางข้าว โดยใช้เทคโนโลยีการฉีดพ่นด้วยโดรน 
   • หลังการฉีดพ่น ใช้ระยะเวลาการย่อยสลายประมาณ 20–25 วัน 
   • ซากฟางที่ผ่านการย่อยสลายสามารถเปลี่ยนเป็นอินทรีย์วัตถุและปุ๋ยบำรุงดิน ช่วยลดต้นทุนด้านปุ๋ยเคมีในระยะยาว
   • มีนักวิทยาศาสตร์ดิน (Soil Scientist) ลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลการย่อยสลาย รวมถึงตรวจวัดคุณภาพดิน เพื่อจัดเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับการขยายผลในอนาคต
    นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ร่วมแก้ปัญหา ได้แก่ GIZ (ประเทศเยอรมนี) ในการสนับสนุนกรอบการจัดการการเผาและการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นและภาคเอกชนและหน่วยงานด้านเครื่องจักรกลการเกษตร ในการสนับสนุนเครื่องมือและระบบจัดการ
ตอซัง เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกร


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag